ไม่ต้องรอชาติหน้า! “บิ๊กอ๊อด” กับ “ศูนย์ฝึกฟุตบอล” ฝันที่เป็นจริง

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก้าวเข้ามารับตำแหน่ง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ให้กับวงการฟุตบอลมากมาย
โดยเฉพาะการเอาจริงเอาจังกับการวางรากฐาน เพื่อหวังพัฒนาฟุตบอลในบ้านเราให้แข็งแกร่ง และยั่งยืน สามารถต่อยอดสู่ความเป็นเลิศสู้กับนานาชาติในระดับอาเซียนและระดับเอเชียได้อย่างไม่เป็นรองใครในอนาคต

แค่เพียงปีเศษของการบริหารงานในฐานะนายกสมาคมลูกหนัง พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สร้างบ้านหลังใหม่ มีที่ตั้งเป็นหลักแหล่งด้านหน้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนที่จะเนรมิตศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในปีถัดมา

ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้วงการฟุตบอลไทย พัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ นอกจากการสร้างบุคลากรแล้ว โครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะ “ศูนย์ฝึกฟุตบอล” นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และมีเพียงแห่งเดียวคงไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เพราะทีมชาติไทยทุกชุด ทั้งชายหญิง มีรวมๆ กันถึง 9 ชุด ยังไม่นับรวม ฟุตซอลชาย-ฟุตซอลหญิง และทีมฟุตบอลชายหาด

หนึ่งในการวางรากฐานตามแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลระยะยาว 20 ปี ก็คือ “การสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ” เพื่อรองรับการพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ การอบรมผู้ฝึกสอน, อบรมผู้ตัดสิน, จัดกิจกรรมฟุตบอลเยาวชนระดับรากหญ้า (Grassroots), สถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมของทีมชาติไทย, ฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด ทุกรุ่นอายุ เป็นต้น

แม้จะถูกหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมถึงต้องสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งใหม่..? ทำไมต้องสร้างเพิ่มเพราะมีอยู่แล้ว..? ทำไมไม่กลับไปใช้ศูนย์ฝึกที่หนองจอก..? และคำถามสำคัญคือ จะเอางบประมาณที่ไหนมาสร้าง..?

“บิ๊กอ๊อด” เคยเล่าให้สื่อมวลชนหลายๆ สำนักฟังถึงแนวทางและวิธีการต่างๆ ที่จะทำให้เกิดศูนย์ฝึกฟุตบอล หรือ สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ แห่งใหม่ และด้วยความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง การเดินหน้าลงมือทำตามขั้นตอนต่างๆ จึงเกิดขึ้น ตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจที่ดินด้วยเอง บากหน้าไปขอความอนุเคราะห์ที่ดินจากหน่วยงานรัฐต่างๆ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จังหวัดชลบุรี, นครราชสีมา, เพชรบุรี, สมุทรปราการ จนสุดท้ายมาลงเอย ที่ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นที่ดินของ การกีฬาแห่งประเทศไทย 150 ไร่

เมื่อก้าวแรกสำเร็จ มีที่ดินสำหรับสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ครบวงจรแล้ว ก้าวต่อไป คือ หาเงินที่จะใช้ก่อสร้าง ซึ่งมีหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือ การของบประมาณจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) หรือ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ที่พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้แบบทันทีทันใด ซึ่งไม่ทันใจ “บิ๊กอ๊อด” และแน่นอนไม่ทันใจแฟนบอลชาวไทย

ด้วย “คอนเนคชั่น 10 ทิศ” ของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันนี้ ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ครบวงจร ที่เคยโดนดูถูกว่าเป็นนโยบายขายฝัน เป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อสมาคมฯ จับมือกับ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดย คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม บริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศพร้อมมอบเงินจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

คำถามต่อไป คือ ภายในศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ แห่งนี้ จะมีอะไรบ้าง? คำตอบ คือ แบบแผนและรูปแบบการก่อสร้างทั้งหมด จะใช้แบบเดียวกับศูนย์ฝึกอะคาเดมี สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งนั่นแสดงว่าคุณภาพและมาตรฐานต่างๆ จะเทียบชั้นศูนย์ฝึกของอดีตแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลยทีเดียว

ภายในศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และสนามฝึกซ้อมมากกว่า 8 สนาม มีทั้งสนามกลางแจ้ง และสนามในร่ม จะถูกนำไปใช้หลายวัตถุประสงค์ เพื่อการพัฒนาฟุตบอลไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ในระดับรากหญ้า, เยาวชน, ผู้ฝึกสอน, ผู้ตัดสิน, นักกายภาพบำบัด ไปจนถึงนักเวชศาสตร์การกีฬาฟุตบอล รวมทั้งใช้เป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมของนักกีฬาฟุตบอล, ฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด ทุกชุด เพื่อให้การเตรียมทีมมีความพร้อมมากที่สุด ไม่ต้องกลัวโดนล้วงข้อมูลจากคู่แข่งอีกต่อไป

นอกจากจะเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลแล้ว ในอนาคต จะเป็นจุดหมายปลายทาง ของรายการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์ในระดับประเทศ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฟุตบอล ที่มีการนำเสนอแบบร่วมสมัย รวมถึงสถานที่สัมมนา สำหรับหน่วยงานภายนอก และเป็นที่พัก สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ให้กับบุคคลทั่วไป ในวาระอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

นี่คือคำตอบ… ของคำถามทั้งหมดทั้งมวล ว่า คนไม่รู้เรื่องฟุตบอลจะไหวเหรอ..? คนนอกวงการจะพาวงการฟุตบอลไปรอดเหรอ..?

Copyright © 2018. All rights reserved.