ทุ่งสะเทือน! 3เก๋า ‘ค้างคาวไฟ’ อยู่หรือไป?

ศึกฟุตบอลในลีกสูงสุดของไทย โตโยต้า ไทยลีก 2017 กำลังขับเคี่ยวเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ทั้งการลุ้นแชมป์ระหว่างทีมหัวตาราง 3-4 ทีม แต่ที่สนุกไม่แพ้กันก็คือ การต่อสู้เพื่ออยู่รอดของทีมโซนท้ายตาราง
อัตราความมันระดับเกิน 5 ดาว ที่ขณะนี้มีทีมจองตั๋วกลับบ้านเก่าไปแล้ว 1 ทีม นั่นก็คือ “เดอะพาวเวอร์” ซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ ส่วนอีก 2 โควตายังต้องลุ้นกันอย่างระทึก

หนึ่งในทีมที่ฟอร์มแรงในปีก่อน แต่ฤดูกาลนี้กลับต้องมาลุ้นหนีตกชั้นอย่าง “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่ช่วงต้นปีโชว์ฟอร์มไม่ออกจนอันดับรูดมาอยู่โซนแดง แต่เลกสองสถานการณ์เริ่มดีขึ้น หลังได้ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒดิลก เข้ามาปรุงแต่งทีมจนเริ่มลงตัวมีรูปทรง และเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำมากขึ้น

ล่าสุดบุกไปโกงความตายเก็บแต้มสำคัญถึงถิ่น แพท สเตเดี้ยม ของการท่าเรือ ได้ จากการรวมใจฮึดสู้ของนักเตะช่วยกันตะกายขึ้นมาจากขุมนรกได้สำเร็จ ซึ่งดูแล้วหากยังรักษามาตรฐานและฟอร์มการเล่นได้แบบนี้ต่อไป เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาในการอยู่ลีกสูงสุดของไทยต่อไปได้อีกปี

แต่สิ่งที่แฟนบอลเริ่มเป็นห่วง คือการทำศึกในปีหน้า เพราะด้วยขุมกำลังที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการแข่งขันที่จะเข้มข้นขึ้นอย่างแน่นอน เพราะจะต้องมีทีมตกชั้นถึง 5 ทีม เพื่อปรับให้ไทยลีกเหลือเพียง 16 ทีมในฤดูกาล 2019

แน่นอนว่ามันต้องเป็นอะไรที่ลุ้นระทึกและบีบคั้นหัวใจสาวก “ค้างคาวไฟ” อย่างที่สุด เพราะด้วยการที่เป็นทีมเล็ก ไม่มีทุนให้จับจ่ายใช้สอยมากนัก หากไม่เสริมทัพดีๆ อาการจะน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าปีนี้ เพราะทีมเดิมที่ยังอยู่ก็ว่าเขี้ยวลากดินแล้ว เห็นทีมมีลุ้นเลื่อนชั้นจาก T2 หลายทีมมีขุมกำลังและทุนที่ไม่ธรรมดา

ยิ่งได้ข่าวมาว่าบรรดาแข้งตัวหลักของทีมในปีนี้อย่าง “กัปตันเจ๋ง” ยุทธพงษ์ ศรีละคร, “กอล์ฟ” พิชิตย์ ใจบุญ กองกลางสายฮาร์ดแมน และ ดิยุฟ บีรัม กองหน้าชาวไอเวอรี่โคสต์ กำลังจะหมดสัญญากับสโมสร “ค้างคาวไฟ” ในฤดูกาลนี้ และยังไม่มีวี่แววการต่อสัญญาแต่อย่างใด

คงไม่มีใครปฏิเสธว่านักเตะทั้ง 3 คนถือเป็นกำลังหลักและหัวใจสำคัญของทีม “ค้างคาวไฟ” โดยเฉพาะ “กัปตันเจ๋ง” ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของทีม และได้พิสูจน์ตัวเองมาตลอดการค้าแข้ง 2 ปีในถิ่นทะเลหลวงว่าทุ่มเทเกินร้อยในทุกนัดที่ลงเล่น พร้อมกระตุ้นลูกทีมและพร้อมบวกกับคู่ต่อสู่ในสนามตลอด 90 นาที ชนิดที่เรียกว่าไม่มีถอย

นั่นทำให้ตอนนี้ “เจ๋ง” ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “ค้างคาวไฟ” ไปแล้ว ด้วยความที่เป็นกันเองกับแฟนบอล ไม่เคยถือตัว ทำให้สาวก “ค้างคาวไฟ” เทใจไปให้เขา หรือเรียกได้ว่า บูชา เป็นพระเจ้าฟุตบอลของชาวศรีสัชนาลัยไปแล้ว ซึ่งเราได้เห็นแล้วว่าการขาดหายไปของกัปตันผู้นี้ ส่งผลกระทบต่อทีมเป็นอย่างมาก

ส่วน “เจ้ากอล์ฟ” แม้ว่าในช่วงหลังอาจไม่ได้เป็นตัวหลัก แต่ยามที่ถูกส่งลงสนาม เขาจะเล่นเต็มสูบทุกครั้ง แม้จะนั่งสำรองก็ไม่เคยอิดออด ดังนั้นการที่มีเขาอยู่ในทีม จึงถือเป็นอะไหล่ชั้นดีที่จะทำให้เกมแดนกลางของ “ค้างคาวไฟ” แน่นขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อการเล่นเน้นเกมรับและตัดเกมบุกของคู่ต่อสู้

ขณะที่ในรายของ ดิยุฟ บีรัม นักเตะจากกาฬทวีป ได้แสดงความสามารถของตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่แฟนบอลชาวไทย หลังโลดแล่นในไทยลีกมาอย่างยาวนาน บวกกับการทำเกมรุกของเขาสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับเกมรับคู่แข่งมานักต่อนัก แม้ช่วงนี้จะอายุมากขึ้น แต่ด้วยประสบการณ์และความสามารถของเขา บอกเลยว่ายังล่าตาข่ายสบายๆ อีกหลายปี

แต่จากข่าววงในล่าสุด นักเตะทั้ง 3 คนนี้ ยังไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่แต่อย่างใด ทั้งที่ตัวนักเตะเองยังอยากลงเล่นในถ้ำค้างคาวต่อไป

งานนี้หากทีมผู้บริหาร “ค้างคาวไฟ” ไม่ต่อสัญญากับพวกเขา คงบอกได้คำเดียวว่าน่าเสียดาย และถือว่าเสียหายเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้ง 3 คน ถือเป็นนักสู้ชั้นดี ทุ่มเทเต็มที่ให้กับสโมสร แม้พวกเขาอายุหลัก 3 แล้ว แต่ความฟิตความมุ่งมั่นและความมีวินัย ยังมากกว่าเด็กรุ่นน้องหลายคนนัก

นอกจากนั้น ในเรื่องศรัทธา ทั้ง 3 คนถือว่าเป็นที่รักของแฟนบอลเป็นอย่างมาก แฟนๆหลายคนหวังจะเห็นพวกเขาเป็นตำนานของทีม และแขวนสตั๊ดที่จังหวัดเล็กๆ แห่งนี้

ไม่อยากคิดว่า หากทีมผู้บริหารของ “ค้างคาวไฟ” ไม่ต่อสัญญากับนักเตะทั้ง 3 คนนี้ จะเกิดอะไรขึ้น? ยิ่งหากไม่เสริมตัวดีๆเข้ามา และผลงานของทีมไม่ดีขึ้น ทุ่งทะเลหลวงอาจจะลุกเป็นไฟแน่ๆ

Copyright © 2018. All rights reserved.