ส่อง 5 ทีมผู้ดี ใครจะไปไกลสุดถ้วยยุโรป?

ย้อนไปราว 10 ปีก่อน เรียกได้ว่าสโมสรจากเมืองผู้ดีประกาศศักดาครองความยิ่งใหญ่บนเวทียุโรปจากการที่มีทีมผ่านเข้ารอบชิง 5 ปีติดต่อกัน (2005-2009) และเป็น ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ช่วยกันสร้างชื่อคว้าแชมป์มาครอง ก่อนที่ เชลซี จะเป็นทีมล่าสุดที่คว้าแชมป์ได้ในปี 2012

ในปีนี้ ทีมจาก พรีเมียร์ ลีก ส่งเข้าประกวดในเวทีใหญ่ของยุโรปถึง 5 ทีม ประกอบไปด้วย เชลซี, ทอตแนม ฮอตสเปอร์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งน่าสนใจว่า ทีมจากเมืองผู้ดีจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่ หลังจากปีที่แล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ ไปไกลสุดแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เริ่มที่ เชลซี แชมป์ทีมสุดท้ายของอังกฤษ ที่ได้กลับมาเล่นถ้วยยุโรปอีกครั้งในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทัพของ อันโตนิโอ คอนเต้ ออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่ถล่ม คาราบัค ไปขาดลอย 6-0 แต่คงวัดอะไรไม่ได้เพราะคู่แข่งยังห่างชั้น ก่อนเจอของจริงอย่าง โรม่า และ แอต.มาดริด ยืนจังก้าขวางทางอยู่ในกลุ่มซี

ด้าน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส มาในฐานะรองแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่ต้องเช่าสนามเวมบลีย์ลงเล่นในฤดูกาลนี้ ระหว่างที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน กำลังปรับปรุง หลังจากปีก่อนตกรอบแบ่งกลุ่ม ที่มี โมนาโก, เลเวอร์คูเซน และ ซีเอสเคเอ มอสโก แต่ปีนี้มีประสบการณ์มากขึ้น และประเดิมนัดแรกในกลุ่มเอชได้อย่างสวยหรูด้วยการถล่ม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมแกร่งจากเยอรมนี อดีตแชมป์ปี 1997 ไปได้ 3-1 อย่างไรก็ตาม เมาริซิโอ โปเซตติโน ยังวางใจไม่ได้เพราะกลุ่มนี้ยังมีเต็ง 1 เรอัล มาดริด อดีตแชมป์ 12 สมัย ร่วมอยู่ด้วย

ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปีที่แล้วต้องเล่นตั้งแต่รอบคัดเลือก ก่อนไปได้ไกลแค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังแพ้ โมนาโก ด้วยกฎประตูทีมเยือน แต่ปีนี้ได้เข้ามาเล่นรอบแบ่งกลุ่มทันที โดยอยู่กลุ่มเอฟ ที่ถือว่าไม่ง่าย ร่วมกับ นาโปลี, เฟเยนอร์ด และ ชัคตาร์ โดเนตส์ อย่างไรก็ตาม “เรือใบสีฟ้า” ประเดิมได้ยอดเยี่ยม บุกไปถล่ม เฟเยนอร์ด แชมป์ลีกดัตช์แบบหมดสภาพ 4-0 พร้อมถูกยกให้เป็นเต็ง 5

ส่วน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้กลับมาเล่นรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง หลังหายไป 2 ปี โดยปีนี้ต้องเริ่มตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ และสามารถผ่าน ฮอฟเฟนไฮม์ จากเยอรมนีมาได้ โดยอดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมนี แม้จะประเดิมไม่สวย ทำได้แค่เสมอ เซบีญ่า ทีมแกร่งจากสเปน ที่แอนฟิลด์ 2-2 ในกลุ่มเอฟ แต่ดูแล้วไม่น่าพลาดเข้ารอบเพราะคู่แข่งอีกสองทีมถือว่าไม่เท่าไหร่ทั้ง สปาร์ตัก มอสโก และ มาริบอร์

อีกหนึ่งทีมคือ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้สิทธิ์ในฐานะแชมป์ยูโรป้าลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ได้กลับมาโลดแล่นถ้วยใหญ่อีกครั้ง โดยผลงานนัดแรก ถือว่าทำได้ไม่เลว หลังประเดิมกลุ่มเอเปิดบ้านถล่ม บาเซิล แชมป์ลีกสวิส 3-0 แต่หลังเกม โชเซ มูรินโญ ยังไม่พอใจฟอร์มลูกทีมที่ติดโชว์ไปหน่อย แถมต้องสังเวย ปอล ป็อกปา ที่เจ็บต้องพักอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ แต่ชื่อของ “มูรินโญ” การันตีคุณภาพ เคยได้ถ้วยใบนี้มาแล้วกับ เอฟซี ปอร์โต้ รวมถึง อินเตอร์ มิลาน

ถึงตอนนี้ ถ้าจะให้เดา สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ และหนึ่งทีมจากเมืองลิเวอร์พูล มีโอกาสผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์สูง ส่วนอีกสองทีมจากลอนดอน คงต้องลุ้นเหนื่อยทีเดียว

Copyright © 2018. All rights reserved.