เปิดแฟ้มชีวิต ‘โก้-วรนาถ’ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว

ในยุคปัจจุบันที่ฟุตบอลลีกอาชีพในบ้านเราเติมโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายๆ ที่มีระบบอะคาเดมีที่ทันสมัยและครบวงจร นักเตะหลายคนมีเส้นทางที่สวยงามบนถนนสายลูกหนัง แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยสองมือสองเท้าของตัวเอง

อีกหนึ่งนักเตะสู้ชีวิตอย่าง “โก้” วรนาถ ทองเครือ กองกลางของ “โลมาน้ำเงิน” พัทยา ยูไนเต็ด แม้วันนี้เขาอาจจะไม่ได้เป็นตัวหลักของพัทยา แต่ชีวิตของเขานั้นน่าสนใจเลยทีเดียว

ชีวิตตอนเด็กของ “โก้”นั้น เริ่มต้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ตอนเด็กๆเขาไม่ได้ฟุตบอลแบบจริงจังหรือเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนอะไร ก็แค่พอเล่นได้ แต่เมื่อเรียบจบ ป.6 ด้วยฐานะที่บ้านไม่ค่อยจะดีพ่อของเขาอยากจะหาโรงเรียนที่มีทุนให้เรียนฟรีและกินอยู่ที่นั่นได้ เพื่อลดรายจ่ายของครอบครัว

“โก้” เล่าว่า “มีอยู่เย็นวันหนึ่งเรานั่งกินข้าวกันในครอบครัว ซึ่งปกติที่บ้านจะเปิดวิทยุ ฟังข่าวต่างๆในจังหวัด และก็มีประกาศว่า จะมีสถาบัน JMG อะคาเดมี ชลบุรี มาคัดนักเตะเยาวชน 12 ปีที่โรงเรียน อัญสัมชัน โคราช เพื่อนำไปฝึกเป็นเยาวชนของอะคาเดมี พอได้ยินดังนั้นพ่อก็พาผมไปคัดตัวและก็ผ่านรอบแรก”

เมื่อผ่านรอบแรกเป็นได้เป็นกลุ่มตัวแทนของจังหวัด “เจ้าโก้” ก็ต้องไปคัดต่ออีกรอบ “ตอนนั้นเขานัดมารวมที่ สนามศุภชลาศัย กทม. เพื่อนั่งรถบัสไปคัดที่จ.ชลบุรี ผมนั่งรถ บขส. เข้าเมืองกรุงกับพ่อ 2 คน มีเงินติดตัวมาแค่ 500 บาท สนามศุภฯไปยังไงก็ไม่รู้เส้นทาง ต้องเดินถามไปเรื่อย แล้วก็มาเจอกับ “ก็อต” ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล กองหลังของ ราชบุรี มิตรผลเอฟซี ในขณะนี้ ที่เป็นคนอีสานเหมือนกัน และก็มาคัดตัวเช่นเดียวกัน เขาเลยพาไปที่สนามศุภฯ”

สุดท้ายเขาก็ได้เข้าเป็น เยาวชน JMG สมใจ และได้ใช้ชีวิตอยู่นั่น 6 ปี ก่อนย้ายเข้าสู่เยาวชนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด “มาอยู่เมืองทองปีแรก ผมได้เงินเดือน 7 พันบาท ผมโอนให้พ่อหมดเลย เพราะผมมีข้าวกินฟรีที่สโมสร”

“ช่วงก่อนหน้านี้ที่ผมอยู่ที่ สถาบันJMG เวลาผมกลับบ้านช่วงปิดเทอม ผมสังเกตว่า ทำไมที่บ้านผมมักปิดบ้านเงียบ เวลารถใครมาจอดหน้าบ้าน พ่อแม่ก็จะหวาดระแวง จนวันหนึ่งพ่อก็มาเปิดอกเล่าให้ฟังว่า พ่อเป็นคนรับแทงหวยใต้ดิน รับแทงไปส่งต่อให้เจ้ามืออีกที แต่สุดท้ายงวดหนึ่ง มีคนแทงถูกเยอะมาก เจ้ามือดันหนีหายไป ปล่อยให้พ่อผมรับผิดชอบกับคนที่แทง ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเยอะแยะ สุดท้ายก็เป็นหนี้หัวโต”

แต่หลังจากนั้นสถานการณ์ครอบครัวเขาเริ่มดีขึ้น เมื่อเขาได้เป็นนักเตะเยาวชนของเมืองทอง และแฟนหนุ่มของพี่สาวให้พ่อเขายืมรถกระบะไปรับแตงโมมาขาย ซึ่งพอจะลดหนี้จนปลดหนี้ได้สำเร็จ และเริ่มสร้างตัวเองได้

“แต่ก็เหมือนมีคนอิจฉา มีอยู่วันหนึ่งพ่อผมไปรับแตงโมมาขายตามปกติ แต่กลับถูกตำรวจไล่ตามมาค้น ผ่าแตงโมทุกลูกดู เพราะหาว่าพ่อผมขายยาเสพติด แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ ซึ่งพ่อผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็สู้กันต่อไป”

“เวลาที่ผมท้อผมเหนื่อย ผมคิดอยู่เสมอว่าพ่อแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ ตอนนี้ผมเป็นนักเตะอาชีพ ก็พอมีเงิน จึงอยากทำอะไรให้พ่อแม่บ้าง เลยใช้เงินเก็บของตัวเองทั้งหมด ปลูกบ้านให้ท่าน เป็นการรื้อบ้านเก่าออกแล้วสร้างใหม่”

“ผมถามพ่อแม่ว่าเป็นยังไงบ้างเพราะผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน แกบอกว่าอยู่ได้สบาย แต่วันหนึ่งผมได้กลับไปบ้าน ไปเจอสภาพบ้านที่ ฝนตกแล้วหลังคาน้ำรั่ว ผมทนให้พ่อกับแม่อยู่กันแบบนี้ไม่ได้หรอก เลยขอรื้อทำใหม่”โก้ เล่า

“ผมใช้เงินตัวเองทุกบาท ผมคิดว่าการที่ทำเพื่อพ่อแม่ สิ่งเหล่านั้น มันจะกลับมาหาผมเองโดยไม่รู้ตัว ดีกว่าเอาเงินไปทำอะไรหลายๆอย่าง แค่ผมเห็นรอยยิ้มพ่อแม่ มันก็ดีใจแล้ว ผมคิดว่าใครๆก็เป็น วันนี้คุณอาจจะเป็นนักเตะดัง แต่วันข้างหน้าคุณอาจจะดับก็ได้ ผมเลยคิดว่า วันหนึ่งหากเราไม่มีอะไรทำ ก็ยังมีพ่อแม่ ยังมีบ้านให้เราซุกหัวนอน”

หากมองย้อนไปในอดีต เหมือนเป็นละครดราม่าฉากใหญ่ แต่ “โก้” บอกว่า ไม่เคยคิดท้อ!!

“ผมมีทุกอยากในวันนี้ได้ เพราะผมต่อสู้ดิ้นรนไขว่คว้ามันมา และส่วนหนึ่งพระเจ้าอาจจะประทานมาให้ผม ผมไม่เชื่อในเรื่องของโชคชะตา แต่ผมเชื่อในพระเจ้า ทุกวันนี้ พอวันอาทิตย์ผมจะไปเข้าโบสถ์ เพราะผมเป็นคริสเตียน ได้เริ่มเข้าเมื่อ 5-6 ปีก่อนนี้”

ส่วนเส้นสายลูกหนังของ “เจ้าโก้” นั้น ผ่านการเล่นมาหลายสโมสร อาทิ สุพรรณบุรี เอฟซี นครราชสีมา เอฟซี นครนายก เอฟซี บางกอก เอฟซี ซึ่งทั้งหมดคือการยืมตัวจาก เมืองทอง ยูไนเต็ดโก้บอกว่า ตอนอยู่เมืองทองนั้น ผมเป็นแค่ดาวรุ่งและทีมมีดาวดังเยอะ ทำให้เบียดได้ยาก จนเจ็บหนัก ต้องพักทั้งปี แล้วสุดท้ายจึงถูกปล่อยมาพัทยา ยูไนเต็ด

“การมาอยู่พัทยา ผมคิดว่า รู้สึกดี ได้อยู่กับพวกน้องๆ ที่มีความสามารถ เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด คิดอยู่ว่าจะทำยังไงให้เราพัฒนาตัวเอง คนที่ได้รับโอกาสลงเขามีดีกว่า แต่เราเป็นนักเตะอาชีพ ไม่ว่าจะได้โอกาส 5 หรือ10 นาที ยังไงก็ต้องเต็มที่ ซ้อมก็ต้องเต็มที่เหมือนเดิม”

จุดที่เราต้องพัฒนา ผมคิดว่า ยังขาดเรื่องแรงและสภาพความฟิต สิ่งสำคัญคือเราต้องชนะตัวเองก่อน เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ไม่ค่อยฟังใคร แต่พอเราอายุมากขึ้นก็เริ่มดีขึ้น แค่ผมชนะตัวเองได้ ผมคิดว่าที่เหลือมันจะดีขึ้นเองตามสเต็ป”

เรื่องโดย RootGrimmjow

#DST #dailysoccerthailand #PattayaUTD #วรนาถทองเครือ

Copyright © 2018. All rights reserved.