TK22 จาก ‘กัปตัน’ สู่ตำนาน ‘เจ้าชายนกใหญ่’


การประกาศอำลาสนาม ยุติเส้นทางค้าแข้ง ของ “กัปตันโจ๊ก – ธนากร ขำโขฆะ” แบ็คซ้ายของ “นกใหญ่พิฆาต-ชัยนาท ฮอร์นบิล” ทำให้แฟนบอลนั้นอดเสียดายไม่ได้ หลังร่วมเป็นร่วมเป็น ร่วมตาย กับสโมสรแห่งนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ เลื่อนชั้น ตกชั้น และกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ทุกอารมณ์ชายคนนี้ไม่เคยหนีหายไปไหนจากสโมสร

กัปตันโจ๊ก หรือ ฉายาที่แฟนคลับตั้งให้ว่า “เจ้าชายนกใหญ่” สัมภาษณ์เปิดใจกับ Dailysoccerthailand : DST ว่า “ผมอิ่มตัวกับเส้นทางค้าแข้งแล้ว จึงขอแขวนสตั๊ดฐานะผู้เล่น และขอรีไทร์ตัวเองกับทีมชัยนาท ฮอร์นบิล หลังร่วมสร้างสรรค์ผลงานให้กับทีมยาว 6 ปี และต้องการเปิดทางให้รุ่นน้อง คนรุ่นใหม่ เข้าสู่เส้นทางนักฟุตบอลบ้าง”

แต่ เส้นทาง ฟุตบอล ของ “กัปตันโจ๊ก” อาจไม่ได้หายไปเสียทีเดียว เพราะสิ้นปีนี้ อาจเห็นเขาในบทบาทของ สต๊าฟอะคาเดมี่ นกใหญ่พิฆาต ก็ได้ ซึ่งเจ้าตัว เกริ่นกับ DST. ไว้ว่า ได้คุยกับผู้ใหญ่ในทีม ที่จะใช้ประสบการณ์ที่มี กรำศึกมาอย่างโชกโชน สอนน้องๆ เยาวชน ชัยนาท ฮอร์นบิล รุ่นจูเนียร์ ให้เป็นนักเตะที่มีฝีเท้าและศักยภาพ

นั่นแสดงว่า ความเป็นตำนานของ “เจ้าชายนกใหญ่” อาจมีภาคต่อให้ติดตาม

แต่ก่อนที่ “กัปตันโจ๊ก” จะอำลาตำแหน่งนักเตะของทีมอย่างเป็นทางการ หลังจบเกมแข่งขันในฤดูกาลนี้ เขาบอกว่า พร้อมทุ่มเทพลังทั้งหมด เพื่อให้ทีมเอาชนะเกม ใน3 นัดที่เหลือให้ได้

นั่นหมายถึงความมุ่นมั่นของเขา ที่มีให้กับทีม สมกับฉายาที่แฟนชัยนาทฯ ยกให้เป็นตำนานของทีม เมื่อ DST. ถามถึงเหตุผลในมุมมองว่า ทำไมถูกยกให้เป็นตำนานของชัยนาท “กัปตันโจ๊ก” ประเมินตัวเองว่า เพราะอยู่กับทีมมานาน ซึ่งถือเป็นเกียรติอันสูงสุดของตนเอง ขณะที่ผลงานของตัวเองนั้น ในช่วงที่อยู่กับชัยนาทฯ แม้จะทำประตูให้ทีม จากการปั่นฟรีคิ๊ก เพียง 7 ประตู แต่สิ่งที่แฟนบอลเทิดทูนนั้น ถือเป็นของขวัญอันล้ำค่า ที่ทำให้เขาเองมีความสุขและทำให้แฟนบอลได้รับความสุขเช่นกัน

กับอีกบทบาทของ “กัปตันโจ๊ก” คือ การได้สวมปลอกแขนกัปตัน นำลูกทีมฝ่าฟันเกมแข่งขันที่สุดโหด แม้ในฤดูกาลนี้ เขาจะสละปลอกแขนส่งให้ รุ่นน้องในทีม แต่ความเป็นพี่ใหญ่ยังติดตัวเขาไปแม้ในวันที่เขาประกาศเตรียมอำลาตำแหน่ง

เพราะความเป็นกัปตัน นั้นมันอยู่ในสายเลือด เขาเล่าด้วยว่า คนเป็นกัปตันต้องเป็นทุกอย่างให้กับน้องในทีม ทั้งดูแลน้องๆ ให้ฝึกซ้อม ให้ตรงต่อเวลา ให้กำลังใจ ให้เขาฮึดสู้เพื่อทีม เพื่อทำเกมแข่งขันออกมาให้ดีที่สุด รวมถึงเป็น ฝ่ายรับหน้าในสถานการณ์ปะทะ แม้เขาจะไม่ใช่ผู้ก่อเรื่อง

“เราต้องดูแลน้องๆ ในทีม เหมือนกับเป็นหัวหน้าห้อง ส่วนในสนามต้องเป็นทั้งพี่ ทั้งกรรมการห้ามมวย ต้องคุมอารมณ์ของน้องๆ ในทีม ต้องออกรับหน้าแทน กรณีที่น้องในทีมมีเรื่องกับกรรมการ คือเป็นทุกอย่าง ที่ผ่านมาน้องๆ เคารพผม และฟังผมเป็นอย่างดี ไม่มีครั้งไหนที่ผมเอาไม่อยู่ เพราะผมใช้วิธีใจแลกใจ ถึงได้ใจจากน้องๆ กลับมา” กัปตันโจ๊ก เล่า

ขณะที่เบื้องหลังของชีวิตค้าแข้งของ “กองหลังเบอร์22” เจ้าตัวเล่าว่า เริ่มมาตั้งแต่เด็กน้อย เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียน เขาถูกเลือกให้เป็นนักกีฬาของโรงเรียน ไปแข่งขัน แต่กีฬาที่ถูกส่งตัวไปนั้น ไม่ใช่ ฟุตบอลอย่างเดียว เพราะ “เจ้าโจ๊ก” ในวัยเด็กนั้น เล่นกีฬาได้หลายประเภท โดยเฉพาะประเภทที่ใช้เท้าเล่น

แต่การเล่นกีฬาได้ทุกประเภทนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ทำให้ “เจ้าโจ๊ก” วัย 15 ปี ต้องตัดสินใจเอาให้ดีไปสักอย่าง ซึ่งเขาก็เลือก “ฟุตบอล” แต่ไม่ได้วางเป้าหมายชีวิตว่า ต้องเก่งจนติดทีมชาติ หรือ ต้องเป็นนักกีฬาอาชีพ เพราะด้วยทางบ้านมีธุรกิจของครอบครัวที่รอให้ เขากลับไปดูแล

แม้ “เจ้าชายนกใหญ่” จะไม่วางเป้าหมายในเรื่องฟุตบอลไว้สูงนัก แต่ด้วยพรสวรรค์และโอกาสที่ได้รับ ตั้งแต่เข้าเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ชั้น มัธยม4 ทำให้เขาเริ่มเล็งเห็นสิ่งที่ตัวเองต้องทำ!!

“ตอนม.4 มีรุ่นพี่หลายคน ถูกคัดตัวเป็นนักเรียนไทยรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ไปแข่งขันลีกเยาวชนที่ต่างประเทศ เราก็เพิ่งรู้ว่ามีแบบนี้ด้วย จากนั้นจึงตั้งใจซ้อมและฝึกฝันเพราะอยากจะมีโอกาสไปแข่งขันที่ต่างประเทศบ้าง พอขึ้น ม.5 กลับไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้ เพราะถูกเรียกไปรับใช้ชาติ ภายใต้การคุมทีมของ โค้ชหรั่ง-ชาญวิทย์ ผลชีวิต แม้ผลงานทีมไทยจะตกรอบแรก แต่ผมถือว่าได้ประสบการณ์ และในปีถัดมา ผมมีชื่อเป็น 1 ในนักเรียนไทย แม้ผลงานจะไม่ถูกจารึกไว้แต่ทั้งหมดคือความภูมิใจของผม” เจ้าชายนกใหญ่ ย้อนความหลัง

สำหรับลีกอาชีพของ “กัปตันโจ๊ก” ถือว่าเขาอยู่รั้งในอาชีพนี้มานาน ถึง 11 ปี และผ่านการเล่นให้กับหลายสโมสร ทั้ง บีอีซีเทโรศาสน, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สโมสรยาสูบ, นครปฐม เอฟซี, สุพรรณบุรีเอฟซี และ ชัยนาท ฮอร์นบิล

และวันนี้ “กัปตันโจ๊ก” เลือกอำลาตำแหน่งกับสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ทีมที่เขารักมาชั่วชีวิต.

เรื่องโดย Blacksugar

#DST #dailysoccerthailand #ChainatFC #Thanakorn

Copyright © 2018. All rights reserved.