ตามติด 5 ทีมผู้ดีลุยถ้วยบิ๊กเอียร์แมตช์เดย์ 3-4

หลังโปรแกรมฟีฟาเดย์ ผ่านไป ฟุตบอลลีกหลักของยุโรป กลับมาฟาดแข้งกันตามปกติ รวมทั้งบอลถ้วยสโมสรยุโรปทั้ง ยูฟา แชมเปียนส์ลีก และ ยูฟา ยูโรปา ลีก ที่กลับมาโรมรันพันตูกันด้วย

สำหรับถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่าง “ยูฟา แชมเปียนส์ลีก” ที่จะเตะในแมตช์เดย์ 3 วันอังคาร และพุธ (17-18 ต.ค.) นี้ แม้จะยังเป็นเพียงแค่แมตช์ที่จะถึงครึ่งทางเท่านั้น แต่บางที มันอาจจะเผยให้เห็นอนาคตของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่หลาย ๆ ทีมได้เลย
ขอโฟกัสไปเฉพาะตัวแทนจากเมืองผู้ดีก็แล้วกัน

หลังผ่าน 2 แมตช์เดย์แรก ทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด (กลุ่มเอ) , เชลซี (กลุ่มซี) , แมนฯ ซิตี (กลุ่มเอฟ) และ สเปอร์ส (กลุ่มเอช) ต่างโชว์ฟอร์มสมราคา ชนะมา 2 นัดรวดเหมือนกัน จะมีก็เพียงแค่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล (กลุ่มอี) ทีมเดียวเท่านั้น ที่เก็บได้แค่ 2 แต้ม จาก 2 นัดแรก

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในแมตช์เดย์ 3 และ แมตช์เดย์ 4 ที่จะฟาดแข้งกันแบบไป-กลับ กับคู่ต่อสู้ทีมเดียวกันเลย อาจจะทำให้โฉมหน้าการลุ้นเข้ารอบเปลี่ยนไป ก็ได้

สำหรับ “ปิศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด กับอีก 2 นัดจากนี้ไป ที่พวกเขาจะต้องเล่นกับ เบนฟิกา ทีมดังแดนฝอยทอง มองด้วยฟอร์ม ณ ปัจจุบันแล้ว ยังเชื่อว่า ทีมผีแดง น่าจะเก็บอย่างน้อย ๆ ก็ 4 แต้ม จากการเอาชนะในโอลด์แทร์ฟฟอร์ด และไปยันเสมอที่ ลิสบอน มีสิทธิจะจองตั๋วเข้ารอบน็อกเอาท์ได้เลย โดยไม่ต้องไปลุ้นต่อให้เหนื่อยใน 2 นัดสุดท้าย

ทว่า! สำหรับ แมนฯ ซิตี , เชลซี และ สเปอร์ส แล้ว ถือว่าพวกเขา กำลังจะต้องเจอกับสภานการณ์ที่หนักหนาสาหัสยิ่งจริง ๆ

“เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ของกุนซือ เป็บ กวาร์ดิโอลา ต้องเล่นกับทีมจ่าฝูงบอลลีกมะกะโรนีอย่าง “อัสซูรา” นาโปลี ที่แม้ว่าใน 2 นัดแรก ลูกทีมของ เมาริสซิโอ ซาร์รี ยังดูไม่เข้าที่เข้าทางนัก หลังไปพลาดท่าแพ้ต่อ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ ในนัดแรก แต่มาถึงตรงนี้แล้ว การเจอกันใน 2 นัดแบบไป-กลับ จากนี้ไป เรือใบ ถือว่าต้องเจอบททดสอบสำคัญจริง ๆ

เช่นเดียวกับ “สิงห์บลูส์” เชลซี ที่ถึงแม้จะประเดิมชัยมาใน 2 นัดแรก แต่การต้องเจอกับ โรมา ยักษ์ใหญ่แดนมะกะโรนี ใน 2 นัดไป-กลับ ก็ถือว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ที่ตัวผู้เล่นหลักของเชลซี อย่าง อัลบาโร โมราตา กับ เอ็นโกโล ก็องเต เจ็บ

แต่! ที่หนักหนาสาหัสยิ่ง ก็คงจะหนีไม่พ้น “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ของกุนซือเมาริสซิโอ โปเช็ตติโน ที่ดันต้องเจอกับแชมป์เก่า “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด

แม้ที่ผ่านมา ฟอร์มของไก่เดือยทอง จะดูหรูหรามาก ทั้งในลีกเมืองผู้ดี และในบอลถ้วยยุโรป 2 นัดแรก แต่สำหรับการต้องเจอกับยอดทีมแดนกระทิงดุ ที่ประสบการณ์ในสังเวียนถ้วยบิ๊กเอียร์ถือว่าเต็มเปี่ยม ยังไงก็มองว่า โอกาสที่ทีมไก่เดือยทอง จะจบแบบไม่มีแต้มทั้ง 2 นัด หรือได้มาเพียงแค่แต้มเดียว เป็นไปได้สูงมาก

สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์ ที่เล่นดี แต่มีเพียงนัดละแต้ม จาก 2 แมตช์เดย์แรก ดูจะเป็นทีมจากเมืองผู้ดีทีมเดียว ที่สถานการณ์ในแมตช์เดย์ 3 และ 4 จากนี้ไป พวกเขาน่าจะเก็บแต้มแบบเต็ม ๆ ได้ทั้ง 2 นัด เพราะคู่ต่อสู้ที่ต้องเจอแบบ ไป-กลับ จากนี้ไปคือ เอ็นเค มาริบอร์ ตัวแทนจากสโลวีเนีย ที่มองยังไง ก็ยังดูห่างชั้นจากยอดทีมแห่งถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ เมื่อเทียบกันในสังเวียนระดับนี้มากมายนัก

ก็ต้องรอดูกันว่า หลังผ่าน 2 เกมต่อเนื่องจากนี้ไป ตัวแทนจากอังกฤษทั้ง 5 ทีม จะยังไปได้ดีสักแค่ไหนกัน

Copyright © 2018. All rights reserved.