ปัจจัยสู่แชมป์สมัยที่ 5 ของ ‘ปราสาทสายฟ้า’

“ปราสาทสายฟ้า” ปิดจ๊อบคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 5 ไปครองเรียบร้อยก่อนจบฤดูกาล 2 นัด วันนี้ลองไปวิเคราะห์กันว่าปัจจัยสู่แชมป์ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีอะไรบ้าง?

อย่างแรกคือการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ หลังจาก รันโก โพโพวิช ถูกไทยลีกแบนนานถึง 3 เดือน จึงตัดสินใจยุติบทบาท ทำให้ “ปราสาทสายฟ้า” แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช หัวหน้าฝ่ายเทคนิค กลับมาคุมทีมอีกครั้งในเลกที่สอง หลังจากอดีตกุนซือโอลิมเปียกอส เคยคุมทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในช่วงสั้นๆ เมื่อปี 2014

ผลงานในไทยลีกเลกที่สองของ บุรีรัมย์ ภายใต้การคุมทัพของ บันโดวิช ทำได้อย่างสุดยอด จาก 15 นัดที่ผ่านมา ปรากฏว่าชนะถึง 14 นัด และเสมอแค่นัดเดียวในเกมไปเยือน เมืองทอง 1-1 ทำให้คว้าแชมป์ก่อนปิดซีซั่นถึง 2 นัด

ปัจจัยที่สองคือการกลับมาประจำการแนวรับของ อันเดรส ตูเญซ ปราการหลังชาวเวเนเซุเอลา ที่ถูกปล่อยตัวให้ เอลเช่ ทีมในลีกสเปน ยืมไปใช้งานในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ก่อนกลับมายังถิ่นไอ โมบาย สเตเดียม อีกครั้ง และช่วยให้  “ปราสาทสายฟ้า” ที่รั้งรองจ่าฝูงในเลกแรก แซงกลับมาคว้าแชมป์ได้ในที่สุด โดยช่วยให้ บุรีรัมย์ ทำคลีนชีตถึง 12 นัดจาก 15 นัด ร่วมกับแผงหลังคู่ใจอย่าง พรรษา เหมวิบูลย์ รวมถึง ชิติพัทธ์ แทนกลาง ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

ปัจจัยต่อมาคือเกมรุก ที่มีคู่หูแซมบ้าสุดอันตรายอย่าง ชาช่า และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ โดยเฉพาะ ชาช่า ระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ยิงไปทั้งสิ้น 33 ประตู เป็นรองแค่ ดราแกน บอสโควิช ดาวซัลโวของแบงค็อก ยูไนเต็ด แค่ 4 ลูก ส่วน ซานโต้ ยิงไป 23 ลูก รวม 2 คนยิงไปถึง 56 จาก 80 ประตูที่ทีมทำได้

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือคู่แข่งอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ที่นำจ่าฝูงมาตลอดในช่วงต้นฤดูกาล ก่อนเริ่มสะดุดตั้งแต่นัดที่ 14 เมื่อแพ้ติดๆ กันถึง 3 นัดในลีก จนถูก บุรีรัมย์ แซงขึ้นนำ ก่อนค่อยๆ ฉีกหนีจนคว้าแชมป์ในที่สุด ซึ่งปัญหาของเมืองทอง คือนักเตะต้องกรำศึกหนักทั้งทีมชาติและบอลถ้วยเอเชีย จนส่งผลกระทบต่อเกมในลีก

ปีหน้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะได้กลับไปลุยฟุตบอลถ้วยเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง จึงน่าสนใจว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน? และจะส่งผลกระทบในลีกเหมือนกับที่เมืองทองประสบมาหรือไม่?

อนาคตไม่มีใครหยั่งรู้…รู้แค่ว่าปีหน้ามันส์แน่

 

Copyright © 2018. All rights reserved.