เปิดชีวิต ‘เจ้าแม็ก’ จากเด็กวัดสู่เยาวชนทีมชาติจิ๋วแต่แจ๋ว!

แม้ผลงานของทีมซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ในศึกไทยลีก (T1) จะไม่สู้ดีเอามากๆ แต่กับทีมเยาวชนแล้วซุปเปอร์พาวเวอร์ฯ ก็เป็นอีกทีมที่มีระบบพัฒนาเยาวชนของตัวเอง จนได้ติดธงทีมชาติ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (AFF U-18 Championship 2017) ในระหว่างวันที่ 4 -17 กันยายน 2560 ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

วันนี้ DST : DailySoccerThailand จะพาแฟนไปทำความรู้จักหนึ่งในนักเตะวัยรุ่น ของทีมซุปเปอร์ พาวเวอร์ฯ ที่มีโอกาสจะได้ลงโม่แข้งรับใช้ชาติ เขาคือ “เจ้าแม็ก- จตุรพัช สัทธรรม” ที่เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ซึ่ง “เจ้าแม็ก” ก็เป็นนักเตะสาย “ปากกัด ตีนถีบ”คนหนึ่ง เขาต้องใช้ความพยายามในระดับ “10เต็ม10” คือทำทุกอย่าง เข้าทุกทาง จนที่สุดในวันนี้เขามีที่ยืนทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ

“เจ้าแม็ก” บอกว่า ตั้งแต่จำความได้ แม่เล่าให้ฟังว่า “แม่อุ้มท้องผม ไปดูแข่งขันฟุตบอลเกือบทุกวัน ไปนั่งดูข้างๆ สนาม และพอผมโต เข้าชั้นอนุบาล ก็เริ่มสร้างความคุ้นเคยกับฟุตบอล ผ่านฟุตบอลพลาสติก นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ “ฟุตบอล” ฝังอยู่ในความทรงจำและสายเลือดของผม”

ตั้งแต่เด็กจนถึงประมาณ 10 ขวบ “เด็กชายจตุรพัช” อาศัยกับ ปู่ และ ย่า ที่จ.ขอนแก่น เริ่มมีเพื่อนเล่น สนามแข่งขันแห่งแรกที่ใช้ทดสอบความสามารถ คือ “ทุ่งนา”

“ทุ่งนาเก็บเกี่ยวเสร็จเหลือเป็นซังข้าวไว้ ผมกับเพื่อนก็ช่วยกันล้มทับซังข้าวให้เรียบ แล้วเอารองเท้ามาตั้งเป็นเขตประตู ก็เตะกันแบบนั้นมา จนเล่นบอลได้ ก็ไปเล่นกับรุ่นพี่ บางทีก็มีเดิมพันกันบ้าง ส่วนใหญ่มีแต่คนที่อยากอยู่ทีมเดียวกับผม เพราะชอบผมที่เล่นบอลดี มีทักษะที่หลายคนไม่มี เช่น เลี้ยงบอลติดเท้า เอาบอลลงพื้นแบบนิ่งๆ ครองบอลแบบไม่มีใครแย่งได้ บางครั้งเล่นจนกลับมามืดค่ำ ก็โดนย่าตี” เจ้าแม็ก เล่าพร้อมหัวเราะกับวัยเด็กของตัวเอง

“เจ้าแม็ก” บอกจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเตะอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่ ป.5 ผมย้ายจากขอนแก่น มาเป็นเด็กวัด เรียนโรงเรียนวัดน้ำคอก จ.ระยอง ที่นี่มีทีมฟุตบอล มีหลวงพ่อเวชเป็นผู้ดูแล แม่ก็ฝากฝังผมไว้กับหลวงพ่อเวช ผมอยู่โรงเรียนวัด กินอยู่กับพระ ตอนแรกก็ร้องไห้ เพราะรับสภาพจากที่เคยอยู่กับครอบครัวไม่ได้ แต่เมื่อคิดถึงเส้นทางและโอกาสได้เตะบอลก็อดทน ผมต้องตื่นนอนตี 4 เพื่อซ้อมวิ่ง จากนั้นตี 5 จึงทำหน้าที่เด็กวัด เดินตามหลวงพ่อออกบิณฑบาต ถึงประมาณ 8 โมง จึงไปเรียน จนกลับมาตอนเย็นก็ซ้อมบอลจนถึงค่ำ ผมทำอย่างนี้เป็นกิจวัตรประจำวัน

ผมอยู่กับพระ กินข้าวก้นบาตร อยู่เป็นปี จนมีแมวมองมาดึงตัวให้ไปเล่นให้กับโรงเรียนอนุบาลระยอง ถือว่าเป็นทีมใหญ่อันดับต้นๆ ของจังหวัด และในปีแรกที่อยู่ที่นั่น ก็พาทีมค้าวแชมป์ลีกของจังหวัด

แม้ผมจะเล่นบอลได้ดี พาทีมได้แชมป์ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลื่อนชั้นขึ้น ม.1 ด้วยบ้านผมฐานะไม่ค่อยดี จึงต้องหาทางแบ่งเบาภาระค่าเล่าเรียน ด้วยการไปคัดตัวกับโรงเรียนที่เขามีโควต้านักกีฬาเรียนฟรี ตอนม.1 ผมตระเวนไปคัดตัวที่ จ.ชลบุรี แต่ก็ไม่ได้ เพราะรูปร่างผมมันเล็กสูงแค่ 169 ซม. เข้ามาคัดตัวที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ติด สุดท้ายต้องกลับมาอยู่กับแม่ มาเรียนที่โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง และเดินสายเตะบอลกับรุ่นพี่

กระทั่งเรียนจบ ม.1 มีรุ่นพี่ที่เตะบอลด้วยกัน ชวนผมให้ไปเป็นเพื่อนคัดตัวนักกีฬาฟุตบอล ในกรุงเทพ คือ โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา ตอนนั้นใจผมไม่อยากไป คิดจะปฏิเสธ แต่เขาขอให้ไปเป็นเพื่อนแบบจริงจัง ผมก็ไป แต่เมื่อไปถึงสนาม พ่อของรุ่นพี่ที่เป็นโค้ช กลับส่งผมลงสนามคัดตัวด้วย ตอนนั้นผมไม่มีชุดแข่ง และไม่มีรองเท้าก็อาศัยยืมลงไปเล่น ผลคือ ผมคัดตัวได้ แต่รุ่นพี่ที่ไปด้วยไม่ติด ซึ่งเขาก็ยินดีกับผมไม่ได้โกรธอะไร

ที่ “โรงเรียนประเทืองทิพย์ฯ” ถือเป็นศูนย์อคาเดมี่ของทีมโอสถสภา M150 ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ด้วยฝีเท้าและทักษะที่ยอดเยี่ยม “เจ้าแม็ก” ได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักกีฬาของสโมสรซุปเปอร์พาวเวอร์ฯ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“เป็นความภูมิใจของผม แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่หนักและกดดันสำหรับผมที่จากเด็กวัด เด็กบ้านนอก ต้องเข้าเมืองกรุง และมาเล่นบอลระดับอาชีพ ผมแบกกระเป๋า ขึ้นรถทัวร์จากระยองมาลงที่ฟิวเจอร์ฯ รังสิต มาคนเดียว ไม่มีใครมาส่ง ตอนนั้นผมไม่รู้เส้นทาง ก็ถามวินมอร์เตอร์ไซค์ เขาพาผมไปพร้อมเก็บค่าโดยสาร 120 บาท ทั้งที่ค่าเดินทางโดยรถเมล์ จะเสีย 15 บาทเท่านั้น และนั่นก็เป็นจุดที่ผมต้องเรียนรู้ ไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้กับระบบการเล่นฟุตบอลระดับอาชีพ”

จากนั้น โอกาสก็วิ่งเข้าใส่ “เจ้าแม็ก” อีกครั้ง เมื่อโค้ชของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เรียกตัวให้ไปเล่านให้กับทีมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน

และแล้วทีมชาติครั้งแรกก็มาถึง ช่วงเดือนพฤษภาคม สมาคมกีฬาฟุตบอลประกาศเยาวชนทีมชาติ อายุไม่เกิน 18 ปี เพื่อแข่งขัน รายการฟุตบอล Aspire Tri-Series ที่กรุงโดฮา ประเทศการ์ตาและมีชื่อ “เจ้าแม็ก-จตุรพัช สัทธรรม” รวมทีมอยู่ด้วย บอลรายการนี้ เหมือนเป็นเกมกระชับมิตร ระหว่าง 3 ชาติ คือการ์ตา, บราซิล และ ไทย ผลแข่งขันแม้ทีมไทยจะรั้งอันดับท้าย แต่ผมคิดว่าเป็นเกมที่ทำให้ผมได้ประสบการณ์ ทำให้ผมได้เรียนรู้จุดที่ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับเกมรับใช้ชาตินัดต่อๆ ไป…

ขอบคุณข้อมูล : แฟนเพจ #DailySoccerThailand #DST

Copyright © 2018. All rights reserved.