แง้มชีวิต ‘จ่าหน่อง’ กับบทบาทใหม่ไฉไลกว่าเดิม

หลังจากที่ “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล โชว์ฟอร์มสะเด่า คว้าแชมป์ เอ็ม150 แชมเปี้ยนชิพ 2017 กลับมาสู่สังเวียนลีกสูงสุดอีกครั้ง หลังต้องตกชั้นไปเมื่อฤดูกาลก่อน หนึ่งในกำลังสำคัญของ ทีมนกใหญ่นั่นคือ “จ่าหน่อง” อนุวัฒน์ น้อยชื่นพันธ์ กับตันทีมจอมบู๊ ที่คุมแดนกลางได้อยู่หมัด

วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์ของ “จ่าหน่อง” มาให้แฟนบอลได้รับรู้ถึงเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของกัปตันทีมผู้นี้กัน

อนุวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า ตัวเขาเกิดเติบโตมาในเมืองขุนแผน จ.สุพรรณบุรี และเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เป็นตัวโรงเรียน พอเรียนในชั้นมัธยมที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เมื่อเข้าสู่ช่วงม.ปลายก็ได้เล่นฟุตบอลอาชีพ ในระดับโปรลีก ให้กับจ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก่อนจะปลี่ยนเป็นไทยลีก

“ตอนนั้นผมได้ลง 2 แมทช์ เพราะเป็นแค่เด็กดาวรุ่ง เรียนชั้นมัธยม แต่ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก หลังจากนั้นผมก็ได้เล่นกับสุพรรณ เอฟซี เรื่อยมา จนอายุครบ 21 ถึงวัยต้องเกณฑ์ทหาร ผมจึงสมัครไปเป็นทหาร พอฝึกเสร็จ 2 เดือน ก็มาคัดตัวที่กองทัพบก และได้เล่นกับ ทหารบก เอฟซี”

ด้วยเหตุนี้ “เจ้าหน่อง” ถึงถูกเรียกชื่อติดปาก ว่า “จ่าหน่อง” เพราะเขามียศทหาร ระดับสิบโท พ่วงมาตั้งแต่เล่นฟุตบอลกับทีมทหารบก

หลังจากฝากฝีเท้า ฟาดแข้งกับทีมทหารบกอยู่หลายปี จ่าหน่องถูก ทีม ปตท.ระยอง ยืมตัว ก่อนกลับมาเล่นให้กับ อาร์มี่ อีกครั้ง จนชะตาพลิกผัน ย้ายซบสังกัด ชัยนาท เอฟซีในที่สุด

“ผมย้ายมาอยู่กับชัยนาทช่วงเลกสองของปีก่อน ส่วนกัปตันทีมได้เป็นในปี 2017 นี้เอง เพราะมีตัวเก่าๆน้อย ที่จริงมีพี่โจ๊ก ธนากร ขำโขมะ อยู่ แต่แกไม่ค่อยได้เล่น เลยต้องหากัปตันทีมที่ได้ลงสนามบ่อย ตอนแรกผมก็งงๆ เพราะมาได้แค่ครึ่งปีได้เป็นกัปตัน แต่ใจจริงไม่ค่อยอยากเป็น มันต้องรับผิดชอบเยอะ แต่มันก็ดีทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะต้องเป็นผู้นำให้น้องๆในทีม”

“ส่วนการพาชัยนาทคว้าแชมป์T2ในปีนี้นั้น ผมดีใจมาก เพราะตั้งแต่เล่นบอลมาไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย ภูมิใจมากๆ ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ มีอยู่ช่วงที่เราลุ้นว่าจะได้ขึ้นชั้นหรือไม่ มันกดดันนะ ต้องยอมรับว่าทุกคนรวมกันเป็นทีมช่วยกันเล่น ทีมเราไปไหนไปกัน ไม่มีแบ่งแยกถึงจะอยู่คนละกลุ่มแต่ไปไหนด้วยกันได้หมด ทั้งต่างชาติหรือคนไทยยอมรับซึ่งกันและกัน อยู่กันแบบครอบครัว ทำให้ทีมเราคว้าแชมป์ได้”

“แม้กระทั่งตัวสำรองก็ไม่มีใครงอแง ใครได้ลงก็ทำเต็มที่ ไม่ได้ลงก็ไม่น้อยใจ ยอมรับการตัดสินใจของโค้ช ไม่มีการงอนกันหรือน้อยใจว่าไม่ได้ลง”

ส่วนบทบาทผู้นำทีมในสนามนั้น จ่าหน่อง บอกว่า เวลาทีมแพ้หรือเล่นไม่ดี การปลุกใจส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของโค้ช “แต่ผมก็พยายามให้กำลังใจทุกคนว่า อย่าไปเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่ต้องมองไปข้างหน้า เริ่มกันใหม่ เป็นธรรมดาของฟุตบอลที่ต้องมีแพ้ชนะ ส่วนโค้ชเองมีจิตวิทยาที่ดี คำพูดปลุกใจของเขาดีมาก”

สำหรับตำแหน่งที่ถนัดจริงนั้น หน่องบอกว่า เล่นกองกลางตัวรุกมาก่อน แต่โค้ชจับมาเล่น กองกลางตัวรับ ซึ่งหลายคนบอกว่าทำได้ดีกว่า ซึ่งเขาบอกว่า ตอนนี้จะให้กลับไปเล่นกลางรุกก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า

ส่วนนักเตะที่ชื่นชอบ แน่นอนว่า คงหนีไม่พ้น “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน อดีตกองกลางสุดคลาสสิคทีมชาติไทย ที่ให้บอลฉลาด และเบสิกดี ส่วนกองกลางต่างชาตินั้น เขาชื่นชอบ สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษและกัปตันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เล่นได้ทั้งตัวรุก และตัวรับ แถมยังมีทีเด็ดจากลูกยิงไกล และมีความบู๊ระห่ำดี จนเขาชื่นชอบ ซึ่งเขาเองก็เป็นเด็กหงส์ แต่ไม่ค่อยได้ดู เพราะบอลมาดึก

สำหรับวันว่างๆ ของ “จ่าหน่อง” จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว โดยเฉพาะ ”น้องจีน่า” ลูกสาววัย 2 ขวบครึ่งที่กำลังน่ารักน่าชัง

“ผมให้ความสำคัญกับครอบครัว สำหรับลูกสาวของผมยังไม่ได้คิดว่าจะให้ลูกเป็นอะไร รอให้เขาเลือกเอง รอดูพรสวรรค์ของเขาก่อน ส่วนแฟนตอนนี้เป็นแม่บ้าน กำลังมองหาอาชีพเสริมอยู่ จริงผมอยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เพราะมีญาติขายแฟรนไชน์ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป.ประทีม อยู่”

สุดท้าย อนุวัฒน์ ได้ฝากถึงสาวก “นกใหญ่พิฆาต” ทุกคนว่า ปีหน้าก็ขอให้มาเชียร์กันเยอะๆเหมือนเดิม ตอนนี้เรากลับมาสู่จุดที่ดีที่สุดอีกครั้งเราทำเต็มที่แน่นอน มาเชียร์ให้เต็มสนามเขาพลองของพวกเรา มาร่วมกันให้กำลังใจ พวกเราจะทำผลงานให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

เรื่องโดย : Root Grimmjow

#DST #dailysoccerthailand. #ChainatFC #จ่าหน่อง

Copyright © 2018. All rights reserved.