‘นูรูล ศรียานเก็ม’ จากเด็กบ้าบอล สู่นักเตะตัวจี๊ดบนผืนหญ้า

นาทีนี้ คงไม่มีใคร ไม่รู้จัก “นู-นูรูล ศรียามเก็ม” ปีกสุดจี๊ดหน้าใหม่ในสีเสื้อ การท่าเรือ เอฟซี หลังถูกซื้อตัวจากทีม “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี มาเป็นที่เรียบร้อย

นั่นเพราะผลงานที่เข้าตาในศึกฟุตบอลไทยลีก 2017 ที่ผ่านมา เขาคือ จอมแอสซิสต์สัญชาติไทย และผลงานในฐานะนักเตะทีมช้างศึก ที่ฝากไว้อย่างยอดเยี่ยม

สืบค้นประวัติ นูรูล มีชื่อที่แฟนคลับเรียกกันคือ “เจ้านู” (บางคนออกเสียงเป็น “เจ้านู๋”) พื้นเพเป็นคนพัทลุง ปัจจุบันอายุ 25 ปี ชอบเล่นฟุตบอล ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เพราะได้แรงบันดาลใจจากพี่ชาย แต่คนที่ทำให้ “นูรูล” เอาจริงด้านฟุตบอล เติมความฝันว่าจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ คือ “อดุล หละโสะ” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 24 (ปัจจุบันสังกัดทีมสุพรรณบุรี เอฟซี)

“ตอนเด็กผมเล่นบอลตามประสาเด็ก แต่พอเห็นพี่อดุล ซึ่งเป็นคนพัทลุงเหมือนผม เห็นเขาเตะบอลออกทีวี รู้สึกเทห์ดี จากนั้นผมเริ่มฝึกฝนและซ้อมอย่างบ้าคลั่ง เผื่อวันหนึ่งผมจะเป็นนักบอลทีมชาติ” นูรูล เล่าความหลัง

จากเด็กบ้าบอลถิ่นปักษ์ใต้ สู่สนามของมืออาชีพ ไม่ไกลเกินฝัน เพราะด้วยความตั้งใจฝึกซ้อม และพรสวรรค์เรื่องฝีเท้าอันรวดเร็ว ทำให้มีแมวมองตามจีบและชวนเข้าสังกัดฟุตบอลของจังหวัดพัทลุง ตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา

และเมื่อโตขึ้น เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา เขาถูกทาบทามให้เข้าเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ซึ่งระหว่างเรียนนั้นเขาได้รับโอกาสเซ็นต์สัญญาเป็นนักเตะเยาวชนให้กับ “สโมสรชลบุรี” ตั้งแต่อายุ 15 ปี

สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนั้น “นูรูล” ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ บอก DST. ว่า กดดันมาก เพราะเดิมฟุตบอลคือ ของชอบ ชอบที่จะเล่น ชอบที่จะเตะบอล ชอบที่จะวิ่งไปกับเพื่อนๆ แต่พอได้เข้าสู่เวทีของมืออาชีพแล้ว เต็มไปด้วยกฎระเบียบ ไหนจะต้องเรียน ต้องซ้อมอย่างหนัก ทำให้กลายเป็นความกดดัน และบางครั้งรู้สึกท้อ

แต่ในความอ่อนแอ และกดดันนั้น เขามองว่าเป็นเรื่องความท้าทายใหม่ ที่จะเป็นบันได ไต่สู่ฝัน หากไม่สู้วันนี้ อนาคตของนักกีฬาทีมชาติ จะจบแค่นั้น และความคิดช่วงนั้นที่เขาย้ำกับตัวเองเสมอๆ คือ

“ตอนผมเล่นฟุตบอลเป็นตัวจังหวัด ก็หรูมากแล้ว แต่พอได้รับโอกาส ได้ถูกเลือกให้เป็นนักกีฬาอาชีพแล้ว ต้องเอาให้สุด”

และสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ “เจ้านูรูล” มีวันนี้ได้ เคล็ดลับสำคัญ คือ ฝึกซ้อมและรักษามาตรฐานการเล่นให้สม่ำเสมอ

อย่างไรก็ดี ในชีวิตค้าแข้งของ “นูรูล” แม้จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 แต่กว่าจะมาถึงปีนี้และก้าวต่อไปในปีที่ 11 เขาบอกว่าไม่ใช่แค่ ฝึกซ้อมตัวเอง แต่ต้องทำให้ตัวเองเป็น 1 ในแผนการเล่นของทีม

“เส้นทางนักฟุตบอล และยิ่งได้เซ็นต์สัญญาขึ้นเป็นทีมชุดใหญ่ เราต้องคิดแล้วว่าเราไปต่อได้หรือไม่ เราอยู่ในแผนการเล่นของทีมหรือไม่ ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะ4ปีที่แล้ว ผมไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเลย แถมยังถูกส่งตัวไปอยู่กับทีมเชียงราย ยูไนเต็ดอีก ผมก็คิดว่า ทีมจะไม่เอาผมไว้แล้ว ผมใจแป้วเลย แต่เมื่อวันหนึ่งที่ผมถูกเรียกชื่อให้ลงสนามแข่ง ผมถือว่าเป็นโอกาสพิสูจน์ตัวเอง จึงตั้งใจทำให้ดีที่สุด และผลลัพท์นั้นออกมาดี ยิงประตูได้ เล่นตามเกมที่วางไว้ จากวันนั้นเป็นต้นมา จึงมีชื่อของผมติดเป็นหนึ่งในแผนการเล่นของทีม เพราะผมทำให้โค้ช และทีมเชื่อใจผมได้” นูรูล เล่ารายละเอียด

นอกจาก “นูรูล” จะติดตัวเป็นหนึ่งของผู้เล่นตัวจริงแล้ว เขายังบรรลุเป้าหมายความฝันของเขาด้วย เพราะเขาได้รับเกียรติให้ไปรับใช้ชาติ ฐานะผู้เล่นทีมชาติไทย ชุด ยู19, ยู20, ยู22 และล่าสุด ชุดยู23 ปี

เมื่อมาถึงจุดนี้ ถาม “นูรูล” ด้วยคำถามธรรมดาว่า พอใจกับความสำเร็จแล้วหรือยัง “เด็กพัทลุง” คนนี้ ตอบเราว่า “เส้นทางอาชีพนักฟุตบอลวัดกันที่ในสนาม แม้วันนี้เขาจะมีทุกอย่างที่อยากมี แต่หากทำผลงานในสนามออกมาไม่ดี ก็จบ ต่อให้นอกสนามจะแต่งตัวหล่อ มีรถหรูขับ ก็ไร้ผล ดังนั้นในสนามคือสิ่งชี้วัด เหมือนกับการลงสนามสอบ หากตอบโจทย์ไม่ถูก ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์”

สำหรับฝันในก้าวต่อไปของ “นักเตะหมายเลข 31” เขาเล่าว่าอยากไปเล่นลีกต่างชาติ ที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะจากประสบการณ์ที่ได้แข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อกลางปี 2017 ที่ได้สัมผัสถึงบรรยากาศระดับโลกและนักบอลฝีเท้าชั้นนำ ทำให้สร้างแรงฮึด ต่อยอดจากนักเตะไทยลีก ไปสู่นักบอลสากล แต่กว่าจะถึงวันนั้น เขาบอกว่าต้องฝึกฝนและพัฒนาอย่างไม่ย่อท้อ

และในปีที่ 12 ของเส้นทางค้าแข้ง กับทีมใหม่ “ท่าเรือ เอฟซี” ที่เขาเปิดตัวกับสโมสรใหม่ไปเรียบร้อย เขาบอกว่า เป็นเรื่องไม่คาดฝัน แม้การย้ายทีมรอบนี้ จะต้องปรับตัว และนับ 1 เพื่อเข้าระบบกับทีมใหม่ แต่เขาจะพยายามและสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ดทีที่สุด

สุดท้าย “นูรูล” ฝากถึงเยาวชนที่กำลังไล่ตามความฝันด้วยว่า “อย่าท้อและอย่ายอมแพ้ หากเจอเรื่องร้ายๆ ขอให้มองในแง่ดี และเก็บความรู้สึกนั้นไปพัฒนาตัวเอง สิ่งสำคัญอย่าดูถูกตัวเอง และฮึดสู้ต่อไป”

สุดท้ายของสุดท้าย อย่างที่ใครหลายๆ คนรู้จัก “นูรูล” ว่าเป็นนักเตะตัวจี๊ดวิ่งเร็ว จับตัวได้ยาก ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นพรวรรค์ชั้นยอดของตัวเอง ซึ่งไม่มีใครในสนามแข่งที่เขาจะไล่กวดไม่ทัน

แต่เมื่อถามถึงกองหน้าสัญชาติมาดากัสการ์ จอน บาจโจ้ ของทีมสุโขทัย เอฟซี ว่าใครวิ่งเร็วกว่ากัน “นูรูล” นิ่งคิดก่อนตอบว่า ยังไม่เคยเจอกับแบบตัวต่อตัว และยังไม่เคยวิ่งประลองความเร็วกัน แม้ในฤดูกาล 2017 จะเคยเจอกันในสนามแต่อยู่ในละปีกสนาม หากมีโอกาสและเป็นไปได้ ในฤดูกาล 2018 เขาอยากจะลองท้า “บาจโจ้” วิ่งแข่งกันสักตั้ง

เรื่อง : Blacksugar

#DST #dailysoccerthailand #นูรูลศรียานเก็ม #ชลบุรีเอฟซี

Copyright © 2018. All rights reserved.