Exclusive : ชีวิต ‘ป๊อป’ ที่ ‘ไม่ป๊อป’

จากเด็กหนุ่มวัยรุ่นพุ่งแรง ติดทีมชาติเป็นกองหน้าตัวหลักมาตลอด ไล่มาตั้งแต่ ยู 19 จนมาถึงชุดใหญ่ ชีวิตรุ่งโรจน์มีเงินใช้แบบเหลือ แต่สุดท้ายชีวิตกลับผกผัน โดนอาการบาดเจ็บลักพาตัวค่อยๆหายหน้าหายตาไปจากสารระบบ แถมยังมีปัญหาชีวิตนอกสนามอีกต่างหาก

มาวันนี้ “ป๊อป” ธัชกร เขียวสมบัติ หรือที่เราคุ้นชื่อกันในนาม กีรติ เขียวสมบัติ กองหน้า “สวาทแคท”นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดใจถึงปัญหาชีวิตที่รุมเร้า จากทั้งในและนอกสนาม แต่ยังไม่ยอมแพ้จะขอสู้ต่ออีกสักยก

“ป๊อป” เล่าให้ฟังถึงเส้นทางการเป็นนักบอลว่า จุดเริ่มต้นจากคุณพ่อที่เป็นนักฟุตบอล และสอนฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก เริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ประถมที่จ.น่าน จากนั้นในช่วงมัธยมได้มาคัดตัวที่ สถาบันเพาะบ่มนักเตะชื่อดัง อย่าง โรงเรียนอัญสัมชัญ ธนบุรี ได้เรียนม.1จนจบม.6

“ผมเป็นเป็นรุ่นพี่ของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงหน้า กองหน้าเบอร์หนึ่งทีมชาติไทย และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านกัปตันทีมชาติไทย ตอนนั้นพอขึ้น ม.5 ผมมีโอกาสได้เล่นฟุตบอลโปรวินเชียลลีก ให้กทม. พอเล่นได้ 1 ฤดูกาล ก็ย้ายไปเล่นให้ ทหารบก เล่นไทยลีกยุคแรก”

“ จากนั้น “น้าก๊อก” พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ ชวนไปเล่นกับ ทีโอที ยุคเดียวกับ “กบ” สุเชาว์ นุชนุ่ม ก็ได้เล่นทีมชาติชุด ยู 19- ยู 20 จนได้ติดทีมชาติชุดซีเกมส์ และชุดใหญ่ ซึ่งตอนติดทีมชาติชุดใหญ่ผมอายุ 23”

หลังจากกราฟชีวิตของเขาพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ได้ย้ายไปอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนได้แชมป์หลายรายการ แต่อยู่ได้เพียง 3 ฤดูกาล เนื่องจากบุรีรัมย์ มีนโยบายใช้กองหน้าตัวต่างชาติ ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ลงสนามมากพอ จึงขอย้ายไปทีมอื่น เพื่อโอกาสในการติดทีมชาติ

“ตอนนั้นผมย้ายไปอยู่กับ วัวชน ยูไนเต็ด แบบยืมตัวกับ “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ ทำผลงานได้ดีจนได้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง ปีถัดมาผมย้ายไปอยู่กับ ปตท.ระยอง ในลีกรอง และสามารถพาทีมขึ้นไทยลีกได้ แต่อยู่ได้ฤดูกาลเดียวทีมก็ตกชั้น ผมจึงย้ายไปอยู่ชลบุรี เอฟซี แบบยืม ไปอยู่กับ “เซอร์เด็จ”อีกครั้ง

จากนั้นชีวิตของเขาเริ่มเข้าสู่จุดมืด เมื่อปตท.ระยอง ดึงตัวกลับมา และเซอร์เด็จตามมาเป็นโค้ชที่ปตท.ระยอง แต่เล่นได้ครึ่งฤดูกาล ก็โดนยกเลิกสัญญา ทั้งๆที่เขาได้เป็นกัปตันทีม แถมยังทำผลงานได้ดีพอสมควรเสียด้วย

“ผมออกจาก ปตท.ระยอง ย้ายมาอยู่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด แต่เล่นได้แค่ 3 นัด ทีมก็มีปัญหาจนยุบทีมไป จากนั้น มิลอส โจซิค ก็ติดต่อมาเล่นกับ “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี แรกๆก็ยังมีโอกาสได้ลงเล่น แต่มาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ กล้ามเนื้อต้นขาฉีก พอหายกลับมาก็ไหล่หลุดอีก พักไปอีกหลายเดือน กลับมาซ้อม อุ่นเครื่อง กล้ามเนื้อที่เดิมฉีกอีก 1-2 ปีนี้ เหมือนไม่มีโชค เจ็บตลอด ไม่รู้เป็นปีชงหรือป่าว”

“ตอนนี้ผมลดน้ำหนักจาก 89 เหลือ 79 ร่างกายฟิตมากฟิตมากจนลงมายิงประตูได้ในนัดสุดท้ายกับ สุโขทัย เอฟซี แต่เสียดายที่ต้องมาเจ็บอีกครั้ง ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อตัวเอง เป็น ธัชกร แปลว่า ผู้สร้างสิ่งยิ่งใหญ่ เผื่อว่าอะไรๆมันจะดีขึ้นบ้าง”

“ชีวิตปีนี้ผมแย่มาก ถ้าไม่มีแฟน ไม่มีลูก คอยเป็นกำลังใจให้คงแย่ ทำเสื้อผ้าขายก็เจ๊ง แถมยังโดนภาษีย้อนหลังเมื่อตอนต้นปีเกือบล้านบาทด้วย ก็ได้ครอบครัวคอยเป็นกำลังใจ ตอนนี้นอกจากเตะบอลก็ช่วยแฟนขายของออนไลน์ เพื่อมาซับพอต เพราะเงินเดือนต้องเอาไปจ่ายสรรพากร และค่าบ้าน”

“เมื่อก่อนบอลยังไม่บูมเหมือนปัจจุบัน สรรพากรก็ยังไม่ได้มาตรวจสอบ ผมเองก็ไม่มีเอเย่น ไม่มีความรู้เรื่องภาษี ก็ถือเป็นบทเรียนว่าวันข้างหน้าจะทำอะไรต้องศึกษาให้รอบครอบ ผมคิดว่านักบอลไทยสมัยนี้ควรจะมีเอเย่น หรือที่ปรึกษาให้ความรู้ในด้านนี้ด้วย ตอนนี้ผมทยอยจ่ายไปเรื่อยๆ ตั้งเป้าว่าปีหน้าต้องหมด”

ป๊อป กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมยังมุ่งมั่นคิดว่ายังไม่สายที่เราจะกลับมาได้ ของแบบนี้อยู่ที่ตัวเรา ผมยังมีไฟ ปีนี้พึ่งจะ 30 ยังเล่นได้อีกหลายปี ส่วนทีมชาติ ผมเห็นคนอื่นเล่นก็อยากกลับไปอยู่ตรงนั้น หวังว่าจะพัฒนาตัวเองกลับไปอยู่ตรงนั้น ผมจะเร่งรักษาร่างกายกลับไปทำผลงานให้ดีอีกครั้ง”

เรื่องโดย …Root Grimmjow

#DST #DailySoccerThailand

Copyright © 2018. All rights reserved.