นักเตะสายหวาน ‘ชมพู แสงโพธิ์’ ชีวิตนี้มีแต่ฟุตบอล

อีกหนึ่งนักเตะจอมพเนจรที่ย้ายไปย้ายมาหลายสโมสร จนวันนี้เขายึดพื้นที่แนวรับทางฝั่งซ้ายของ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซีและทำหน้าที่ได้ดี

วันนี้ #DailySoccerThailand ขอนำทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “แซม” ชมพู แสงโพธิ์ แบ็คซ้ายหน้ามลคนชลบุรี ว่ากว่าจะมีวันนี้เขาต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง

แซม เล่าถึงจุดเริ่มต้นของถนนสายลูกหนังว่า เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เข้าเรียนม.ต้น ที่ โรงเรียนบ้านบึง จ.ชลบุรี จากนั้นเข้ามากทม.เรียนที่วัดสุทธิวราราม แล้วก็เริ่มจริงจังกับฟุตบอล ช่วงนั้นมีได้โอกาสเล่นฟุตบอล7สี รวมทั้งเล่นฟุตซอลด้วย

“ช่วงนั้นที่ โรงเรียนวัดสุทธิ มี 2 อย่างผมเล่นทั้ง 2 อย่าง พอช่วงม.6 ย้ายโรงเรียนมาอยู่ ปทุมคงคาเพราะได้เล่นบอลอาชีพกับศุลกากร ยูไนเต็ด และโรงเรียนนี้อยู่ใกล้สนามกว่า และตอนนั้นก็ได้มีโอกาสไปเล่นฟุตบอลทีมชาติยู23 ชิงแชมป์อาเซียน ที่บรูไน และได้แชมป์กลับมา”

หลังเริ่มค้าแข้งกับ ศุลกากร ยูไนเต็ด ชีวิตของ “เจ้าแซม” ก็ร่อนเร่พเนจรไปเรื่อย ทั้ง สโมสรราชวิถี ม.กรุงเทพ ยาสูบ อยุธยา ปตท.ระยอง และกลับไปอยุธยาอีกครั้ง

“พอดีทีมอยุธยาติดต่อมาผมเลยไปทดสอบ ซ้อมไปแล้วหนึ่งเดือน แต่หลังจากนั้น พ่อผมกลับมาจากต่างประเทศ พ่อผมป่วยเป็นมะเร็งในเลือด กลับมารักษาตัวที่ชลบุรี ผมเลยตัดสินใจขอย้ายไปเล่นให้ พัทยา ยูไนเต็ด เพื่อจะได้อยู่ที่บ้านดูแลพ่อ ตอนนั้น “โค้ชจุ่น” จตุพร ประมลบาล เขาคุมพัทยาอยู่ ผมเคยรวมงานกับเขาตอนเยาวชน นักเรียนไทย 18 ปี พอไปทดสอบแล้วผ่าน จึงได้เซ็นสัญญา 3 ปี”

“ตอนนั้นทางผู้ใหญ่ทางอยุธยาเขาดีมากรู้ว่าพ่อผมป่วยเขาก็ไม่ว่าอะไร อยู่พัทยาดูแลพ่อได้ 2-3 เดือน พ่อก็เสีย จากนั้นก่อนจบเลกแรกก็เจ็บเข่า อาการหนักมา เอ็นเส้นหน้ากับหมอนรองกระดูกพัง เพราะทนซ้อมจนเป็นห้อเลือดเลยต้องผ่าตัดใหญ่ พักยาวจนจบฤดูกาล ตอนนั้นหายกลับมาผมต้องการความมั่นใจ จึงย้ายแบบยืมตัวกลับไปที่อยุธยาอีกครั้ง”

ช่วงนั้นที่ “เจ้าแซม”อยู่อยุธยาเขาได้ลงเกือบทุกนัดและเล่นได้ดีมากจนได้รางวัลเป็นแบ็คซ้ายยอดเยี่ยมของดิวิชั่น 2 จากนั้นชีพจรลงเท้าเจ้าแซมอีกครั้ง เขาย้ายไปอยู่กับ อ่างทอง เอฟซี ศรีสะเกษ เอฟซี และสุดท้ายจึงย้ายมาอยู่กับ สุโขทัย เอฟซี ในปัจจุบัน

“ผมผ่านมาเยอะมากหลายสโมสรเลย มันเหมือนเป็นโชคชะตาที่เราต้องเดินทาง ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้อยากย้ายไปไหนเลย นักฟุตบอลถ้าเลือกได้เอาจริงๆ ไม่มีใครอยากย้ายสโมสรหรอก เพราะสโมสรมันเหมือนบ้านไปแล้ว พอเราย้ายเราก็เหมือน บรรยากาศมันเปลี่ยนไป”

แม้จะเตะบอลมานานหลายปี แต่ ชมพู บอกว่า “ที่ผ่านมาผมเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ตอนนี้ต้องให้แม่เก็บเงินให้ ชีวิตผมยังไม่มีอะไรเป็นของตัวเองสักอย่างเลย ทั้งๆที่เราเล่นบอลมาก็นานแล้ว ตอนนี้ผมยังโสด เลี้ยงแม่กับน้อง เพราะว่าพ่อผมเสียแล้ว ถ้าพ่อผมไม่เสียผมคงยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ผมก็ยัง ไม่เป็นผู้ใหญ่เลย ยังใช้ชีวิตเหมือนเด็กอยู่ ยังเก็บเงินไม่เป็น ยังให้แม่เก็บให้อยู่

“สมัยก่อนพ่อต้องโทรมาถามผมว่า ลูกมีเงินกินข้าวไหม ผมเป็นคนกินเยอะ ชอบกิน เที่ยวไม่ค่อยเที่ยว ตอนม.6นี่ผมเที่ยวทุกวัน จนมาช่วงหนึ่ง ผมเลิกเอง ผมก็ไม่รู้ เหมือนกัน มันเหมือนว่ามันเลิกไปเอง ความจริงผมติดเพื่อนมากกว่า ผมไม่ได้ติดเที่ยวแต่ผมติด”

ตอนนี้แม่อยู่ที่ชลบุรี ส่วนน้องสาวเรียนพยาบาลอยู่ม.มหิดล ตอนนี้ฝึกงานอยู่ น้องคนนี้ขยันเรียนมากกว่าผมเยอะ”

“ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเขาให้ผมไปสอบอย่างเดียวผมยังไม่ไปเลย เหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาเข็น ยังไงก็ไม่ขึ้นสักที ย้ายไปหลายที่มาก แต่เราไม่ได้ตั้งใจเรียน เตะบอลอย่างเดียวสุดท้ายก็ไม่จบ ตอนผมเตะบอลผมตื่นหกโมงเช้า ผมยังตื่นทันเลย ลืมตาขึ้นมารู้สึกว่ามันมีความสุข แต่ถ้าเป็นไปเรียนไม่รู้ทำไมในเวลาเท่ากันผมไม่ตื่น มันคนละความรู้สึก เราทำในสิ่งที่เรารักแล้วมันมีความสุข คือเรารักด้านนี้มากกว่า รักฟุตบอลมากกว่า”

ด้วยความที่เป็นคนรักฟุตบอลชนิดเข้าเส้น แซมจึงมีแผนที่จะต่อยอดสู่การเป็นโค้ชในอนาคต “มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งใน ชีวิตประจำวันไปแล้ว พวกไลเซนส์ ผมก็คิดจะเรียนคิดไว้นานแล้ว ตอนนี้ผมคุยกับพวกรุ่นพี่ว่า หากเขาเปิดหลักสูตรตอนไหน บอกผมด้วยนะ ส่งชื่อผมหน่อย ผมจะไป ทีนี้ผมก็จะมีใบไว้สอนเด็กๆได้”

“แค่ให้ผมสอนเด็กๆ ไม่ต้องเป็นโค้ชใหญ่ แค่ให้ผมยังอยู่ในวงการฟุตบอลอยู่ก็พอ ขนาดช่วงพักผ่อนผมก็จะไปนั่งอยู่แต่สนามฟุตบอลแถวๆบ้าน ดูพวกนักเตะเดินสายเล่น เหมือนไปสูดกลิ่นไอสนามฟุตบอล สมัยก่อนที่ชลบุรีบอลเดินสายจะเยอะ ผมก็เคยเดินสายมาก่อน ถ้าผมกลับบ้านผมก็จะถาม วันเสาร์อาทิตย์มีอะไรบ้าง ผมก็จะ ไปนั่งดูเขาเล่นกัน ก็จะชวนน้องๆหลานๆมานั่งดูด้วยกัน”

เรื่องสุดท้ายที่หลายๆคนสงสัยว่า ทำไมแซมถึงมีชื่อจริงว่า ชมพู ซึ่งเขาเปิดเผยให้เราฟังว่า “ตอนที่ผมเกิด พ่อผมไปหาพระในหมู่บ้าน เพื่อให้ตั้งชื่อให้ แล้วพระท่านก็ให้ ช.ช้างมา แล้วตอนนั้น ชมพู ฟรุตตี้ ดังมาก แล้วพ่อผมก็บอกกับแม่ว่า ชื่อ ชมพู นี่แหละ แต่ตอนนั้นพ่อผมไม่รู้ว่าชื่อจริงของชมพู คือ สุทธิพงษ์ วัฒนจัง ก็เลยตั้งชื่อผมว่าชมพู เป็นชื่อจริง”

ส่วนชื่อเล่น “แซม” เพราะตอนนั้นแซม ยุรนันท์ เขาดัง ก็เลยตั้งว่าแซม ตั้งชื่อตามดาราหมดเลย แม่ผมบ้าดารา ผมก็พึ่งถามแม่ พอรู้ก็เออชื่อผมง่ายดีเนอะ แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยน”

ขอบคุณแฟนเพจ #dailysoccerthailand

Copyright © 2018. All rights reserved.